9 กุมภาพันธ์ 2569

ถุงผ้าสปันบอนด์ กับจุดเปลี่ยนของตลาดบรรจุภัณฑ์


ในช่วงหนึ่ง ถุงผ้าสปันบอนด์ เคยถูกมองว่าเป็นคำตอบของบรรจุภัณฑ์รักษ์โลก ถูกนำมาใช้แทนถุงพลาสติกในหลายธุรกิจ แต่เมื่อเวลาผ่านไป ตลาดเริ่มตั้งคำถามมากขึ้นว่า ถุงผ้าสปันบอนด์ “ยั่งยืนจริงหรือไม่” เมื่อพิจารณาจากอายุการใช้งานจริงและผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมในระยะยาว

ปัจจุบัน หลายองค์กรเริ่ม ลดหรือเลิกใช้ถุงผ้าสปันบอนด์ไม่ใช่เพราะกระแส แต่เพราะข้อมูลเชิงวิชาการและประสบการณ์ใช้งานจริงที่สะท้อนปัญหาชัดเจนมากขึ้น


อายุการใช้งานจริงของถุงผ้าสปันบอนด์ ไม่ได้ยาวอย่างที่คิด


แม้ถุงผ้าสปันบอนด์จะดูแข็งแรงในช่วงแรก แต่ในความเป็นจริง เส้นใย Non-woven จะเสื่อมสภาพเร็ว เมื่อผ่านการใช้งานซ้ำ การพับ การเสียดสี และแสงแดด

ผลลัพธ์คือ ถุงผ้าสปันบอนด์จำนวนมาก ไม่ถูกใช้ซ้ำในระยะยาว อย่างที่ตั้งใจไว้ กลายเป็นขยะภายในเวลาไม่นาน ซึ่งสวนทางกับเป้าหมายด้านความยั่งยืนที่หลายแบรนด์คาดหวังตั้งแต่ต้น


ผู้คนเริ่มรับรู้ชัด: ถุงผ้าสปันบอนด์คือ Microplastic รูปแบบหนึ่ง


หนึ่งในประเด็นสำคัญที่ทำให้ตลาดเริ่มถอยจากถุงผ้าสปันบอนด์ คือการรับรู้ที่ชัดเจนขึ้นว่า ถุงผ้าสปันบอนด์ผลิตจากพอลิเมอร์สังเคราะห์ และเมื่อเสื่อมสภาพ เส้นใยจะหลุดล่อนกลายเป็น Microplastic

Microplastic จากถุงผ้าสปันบอนด์ไม่สามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า แต่สามารถปนเปื้อนในดิน น้ำ และระบบนิเวศ ซึ่งเป็นผลกระทบที่ยากต่อการจัดการมากกว่าถุงพลาสติกบางประเภทที่ถูกออกแบบให้รีไซเคิลได้ตั้งแต่ต้น


เปลี่ยนจากพลาสติกเป็นกระดาษ อาจไม่ใช่คำตอบสุดท้าย


เมื่อถุงผ้าสปันบอนด์ถูกตั้งคำถาม หลายธุรกิจหันไปเลือกถุงกระดาษทันที แต่ในมุมของอุตสาหกรรมบรรจุภัณฑ์ การใช้กระดาษก็มีต้นทุนด้านสิ่งแวดล้อมเช่นกัน

การผลิตกระดาษต้องใช้ ทรัพยากรป่าไม้ (แม้เป็นป่าปลูก) ใช้น้ำจำนวนมาก และใช้พลังงานสูง หากออกแบบมาเพื่อใช้งานครั้งเดียวแล้วทิ้ง กระดาษอาจไม่ได้ยั่งยืนกว่าพลาสติกเสมอไป


บทเรียนสำคัญ: ความยั่งยืนเริ่มจาก “การออกแบบให้เหมาะสม” ไม่ใช่เปลี่ยนวัสดุอย่างเดียว


ตลาดบรรจุภัณฑ์ในวันนี้เริ่มเข้าใจตรงกันว่า ความยั่งยืนไม่ใช่การเลือกวัสดุใดวัสดุหนึ่งตามกระแส แต่คือการ ออกแบบบรรจุภัณฑ์ให้เหมาะกับการใช้งานจริง

บรรจุภัณฑ์ที่ดีควร

  • ใช้งานได้ตามวัตถุประสงค์


  • มีอายุการใช้งานที่สอดคล้องกับวัสดุ


  • สามารถจัดการปลายทางได้ชัดเจน (Reuse / Recycle)


แนวคิดนี้เองที่ทำให้ Single Layer Plastic หรือบรรจุภัณฑ์ที่ออกแบบเพื่อรีไซเคิลได้จริง เริ่มได้รับความสนใจมากกว่าวัสดุที่ดูเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมเพียงผิวเผิน


มุมมองของเอื้อทวีกิจ: เราเลือกพูดความจริง เพื่อความยั่งยืนระยะยาว


เอื้อทวีกิจมองว่า บรรจุภัณฑ์ที่ดีไม่ใช่บรรจุภัณฑ์ที่ “ดูรักษ์โลกที่สุด” แต่คือบรรจุภัณฑ์ที่ เหมาะกับลักษณะการใช้งานจริงของธุรกิจนั้น ๆ และสามารถจัดการปลายทางได้อย่างชัดเจน

ตัวอย่างเช่น

  • งานบรรจุอาหาร / สินค้าอุปโภคบริโภคที่ต้องการสุขอนามัยและการซีลแน่น → บรรจุภัณฑ์ Single Layer Plastic ที่ออกแบบเพื่อรีไซเคิลได้จริง มักให้สมดุลที่ดีกว่าทั้งด้านความปลอดภัยและสิ่งแวดล้อม


  • งานอีเวนต์ระยะสั้น / แคมเปญแจกของ → การใช้ถุงกระดาษหรือบรรจุภัณฑ์ที่ออกแบบให้ใช้ครั้งเดียวแล้วจัดการทิ้งได้ง่าย อาจเหมาะสมกว่าถุงผ้าที่ไม่ได้ถูกนำกลับมาใช้ซ้ำจริง


  • งานที่ต้องการภาพลักษณ์พรีเมียมและการใช้งานซ้ำระยะยาวจริง → ควรพิจารณาวัสดุที่มีความทนทานสูงและออกแบบให้ลูกค้า “อยากเก็บไว้ใช้ต่อ” มากกว่าการเลือกวัสดุตามกระแส


จากประสบการณ์ในอุตสาหกรรมมากกว่า 40 ปี เอื้อทวีกิจเชื่อว่า ความยั่งยืนเริ่มจากความเข้าใจ ไม่ใช่การเปลี่ยนวัสดุแบบเหมารวม
เราจึงเลือกให้คำแนะนำตามบริบทของธุรกิจแต่ละราย ไม่ขายวัสดุที่ไม่เหมาะกับงาน แม้จะเป็นวัสดุที่ตลาดกำลังนิยมก็ตาม

หากคุณต้องการคลังความรู้ด้านบรรจุภัณฑ์ที่อิงจากการใช้งานจริงในโรงงาน หรือกำลังตัดสินใจเลือกบรรจุภัณฑ์ให้เหมาะกับธุรกิจของคุณ เอื้อทวีกิจยินดีให้คำปรึกษาฟรี เพื่อช่วยวางทางเลือกที่ เหมาะ ใช้ได้จริง และยั่งยืนในระยะยาว